September 23, 2015

ขาแตก หน้าท้องแตกลายงา

ขาแตก หน้าท้องแตกลายงา เกิดจากการที่ผิวหนังชั้นบนถูกดึงให้แยกออกอย่างรวดเร็ว จนเซลล์แบ่งตัวตามไม่ทันจึงทำให้เกิดรอย เช่น คนท้อง

ป้องกันได้โดย ใช้ครีมอะไรก็ได้คลึงนวดหน้าท้องเพื่อให้ผิวชั้นบนเคยชินกับการขยายตัว ส่วนการรักษาเป็นเรื่องค่อนข้างยาก พบว่าการใช้ครีมวิตามินเอ ได้ผล เพียงเล็กน้อย ส่วนการใช้เครื่องกรอหรือขัดผิวอาจช่วยทำให้ดูดีขึ้นได้บ้าง

พบได้บ่อยประมาณครึ่งหนึ่งของ หญิงตั้งครรภ์ มีลักษณะเป็นเส้นบางๆ ฉีกขาดเป็นเส้นยาว ขนาดแตกต่างกัน มีสีน้ำตาล แดง หรือ ม่วง เกิดบริเวณ หน้าท้อง โดยเริ่มจาก ท้องน้อย บริเวณ สะโพก หรือ ต้นขา บางคนจะพบบริเวณ เต้านม ด้วย


ส่วนใหญ่ในคนไทยมักพบบริเวณ หน้าท้อง เท่านั้น พบครึ่งหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์ เชื่อว่าเป็นผลของ สเตียรอยด์ จาก ต่อมหมวกไต ที่เพิ่มขึ้นระหว่าง ตั้งครรภ์ ร่วมด้วยการยืดและขยายของ ผิวหนัง หน้าท้อง เพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก และมีการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมน บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย ภายหลังคลอดจะไม่หายไปเลยเสียทีเดียว แต่สีจะจางลงเป็นเส้นสีเงินคล้ายรอย แผลเป็น ทำให้ดูเป็น หน้าท้องลาย

ภาวะหน้าท้องลาย ตามความเป็นจริงแล้วไม่สามารถรักษาได้ หรือ ห้ามไม่ให้ ท้องลาย เกิดขึ้นเลย ขึ้นอยู่กับ ผิว ของแต่ละคน การทาครีมเป็นประจำ จะทำให้ รอย ค่อยๆ จางหายไป เมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจจะช่วยไม่ให้เกิด ท้องลาย มากขึ้น เพื่อช่วยให้ผิว ยืดหยุ่นดีขึ้น อาจใช้น้ำมันมะกอก ครีม หรือ โลชั่นบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือ เบบี้โลชั่น ทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือ เมื่อรู้สึกคัน

ถ้าเป็น หญิงตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตรแล้วอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่อาจป้องกันด้วยการทา โลชั่นบำรุงผิว เป็นประจำ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน จะช่วยลด รอยแตกลาย ได้ แต่ต้องเลือก ครีม ที่ไม่แพ้ ดูดซึมได้ดี และไม่จำเป็นต้องเป็น ครีม เฉพาะที่บอกสรรพคุณว่าป้องกัน ท้องลาย หรือเป็น ครีม ราคาแพง ข้อสำคัญต้องทาให้ทั่วท้อง เช้าและเย็นหลังอาบน้ำทุกวัน ควรระวังไม่ให้มีการเพิ่ม หรือ ลดลง ของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป

นอกจากนี้ แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพการทั่วไปและ สุขภาพผิว ด้วย ทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวหนัง ได้รับสารอาหารทั่วถึง จึงดูเปล่งปลั่งสดใส สำหรับเรื่อง หน้าท้อง ส่วนใหญ่มักจะลดลงหลังจากเดือนที่ 3 ไปแล้ว

วิธีบริหาร หน้าท้อง ที่ดีที่สุดก็คือการทำซิตอัพ ซิตดาวน์ ทำบ่อยๆ ทุกวัน หน้าท้อง ก็จะค่อย ๆ ลดลง นอกจากนี้ แนะนำให้ว่ายน้ำ หรือเต้นแอโรบิกร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการควบคุมอาหารจำพวกพวกแป้งและไขมัน

นอกเหนือจากการดูแลผิวให้เหมาะกับสภาพผิว เหมาะกับลักษณะของแต่ละส่วนในร่างกาย และเหมาะกับปัญหาของผิวตนเองแล้ว การดูแลผิวอย่างสอดคล้องกับวัยและสม่ำเสมอเป็นประจำ ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญของการมีผิวสวยสมวัยและผิวสวยแบบยั่งยืน

สาเหตุของการเกิด รอยแตกลาย


ผิวแตกลาย เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของ ผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้าง คอลลาเจน พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็ว โดยพบผิวแตกลายได้ที่ ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร คนที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มี สเตียรอยด์ ความเข้มข้นสูง นานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้ ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่น หลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกลายที่เป็นน้อย ๆ อาจค่อย ๆ จางลงได้

จะเกิดอะไรถ้าไม่รักษา รอยแตกลาย


หากปล่อยไว้นานขึ้นโดยไม่ได้รักษา รอยแตกลาย จะมีสีซีดลงจนเป็นสีขาว ผิวบางและบุ๋มลงเหมือนแผลเป็น การรักษาในระยะนี้ ทำได้ยากขึ้นและต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น เหมือนการรักษาแผลเป็นที่เป็นมานานนั่นเอง

ผิวหนังของเราก็เป็นอวัยวะอย่างหนึ่งเช่นเดียวกับหัวใจ สมอง ปอด ตับไต ฯลฯ ผิวจึงต้องการอาหารและออกซิเจน มาหล่อเลี้ยง เช่นเดียวกับอวัยวะในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย การใช้ชีวิตและการดำรงชีวิตทุกอย่างจะส่งผลกระทบโดยตรงกับผิว ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน ความเครียด หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด ฝุ่น ควันต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังรวมถึงการสุบบุหรี่ การดื่มสุรา หรือโรคประจำตัวล้วนแต่ส่งกระทบต่อผิวทั้งสิ้น ผลกระทบที่กล่าวมาทั้งหมดจะไม่ปรากฎผลขึ้นในทันที แต่จะค่อยเป็นค่อยไป จะยกเว้นก็เฉพาะคนที่เป็นโรครุนแรงบางอย่าง เช่น โรคตับอักเสบซึ่งตัวเหลือง โรคซีดหรือโลหิตจาง ทำให้ผิวซีด ส่วนผลกระทบอื่น ๆ จะค่อยเป็นค่อยไป เหมือนน้ำค่อย ๆ เซาะแก่งหินที่ไม่ทำให้หินผุพังโดยทันที

แต่เมื่อเวลาผ่านไปหินก็จะถูกกัดกร่อน เวลาที่ผ่านไปก็เหมือนกับสายน้ำที่กัดเซาะหิน แกร่งอย่างไรย่อมกร่อนไปตามเวลา ผิวก็เสื่อมเสมือนอวัยวะส่วนอื่น ดังนั้น การดูแลก็ต้องเหมาะสมกับสภาพของผิวที่เปลี่ยนไปด้วย

No comments:

Post a Comment